วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

"ข้อเสีย" ของการเป็นเบาหวาน


ข้อเสียของการเป็นเบาหวานมีมากมาย
ส่วน ข้อดี ของการเป็นเบาหวานนั้น ยังคิดไม่ออก
หรือถ้าใครเป็นเบาหวานแล้ว หากพบว่ามีข้อดีประการใด
กรุณานำมาถ่ายทอดให้ทราบด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง
เพื่อจะได้นำไปเผยแพร่ต่อในโอกาสหน้า

เดี๋ยวจะค่อยๆ อธิบายเท่าที่รู้ ถึงข้อเสียของการเป็นเบาหวาน
หรือการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากให้ฟังก่อน
ว่าสามารถส่งผลเสียอะไรให้กับร่างกายของเราได้บ้าง

อาจจะมีบางคนเคยสงสัยว่า เอ๊ะ! พอเป็นเบาหวานแล้ว
ทำไมสายตาถึงชอบพร่ามัว
บางคนก็เป็นเบาหวานขึ้นตา ทำให้ตาบอด
บางคนเป็นเบาหวานแล้วเกิดปลายมือ ปลายเท้าชา
หรือเป็นแผลแล้วไม่ค่อยหาย

"เบาหวาน"
เกิดจากการมีน้ำตาลตกค้างอยู่ในกระแสเลือดเกินระดับความพอดี
จึงทำให้น้ำตาลส่วนเกินเหล่านั้น ไปเคลือบเม็ดเลือดแดง
ซึ่งปกติจะต้องทำหน้าที่นำส่งออกซิเจนและสารอาหาร
ไปยังเซลล์ทุกเซลล์ อวัยวะทุกอวัยวะ ในทุกส่วนของร่างกาย

โดยเฉพาะปลายมือ ปลายเท้า และดวงตา ซึ่งอวัยวะเหล่านี้
ต้องใช้เส้นเลือดฝอยขนาดเล็กมาก ถึงเล็กมากที่สุด จึงจะสามารถ
ส่งไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของอวัยวะเหล่านั้นให้ทั่วถึงได้
เมื่อเม็ดเลือดแดงถูกน้ำตาลที่มีอยู่มากในกระแสเลือดมาห่อหุ้ม
เอาไว้ ก็เลยไม่มีพื้นที่เหลือพอ สำหรับลำเลียงออกซิเจน
กับสารอาหารให้เข้าไปสู่่เซลล์ต่างๆ ที่อวัยวะปลายทางได้

แหม!! อย่าว่าแต่จะลำเลียงออกซิเจนหรือสารอาหารเข้าไปเลย
แม้แต่ตัวเม็ดเลือดแดงเองก็เถอะ พอโดนน้ำตาลเกาะไปแล้ว
ก็ไม่สามารถชำแรกแทรกตัวเองเข้าไปในเส้นเลือดเล็กๆ เหล่านี้
ได้เหมือนกัน ก็เลยทำให้อวัยะปลายทาง
เช่น ปลายมือ ปลายเท้า นัยน์ตา ขาดเลือดไปเลี้ยง
เมื่อขาดเลือดไปเลี้ยง ก็หมายถึง
ขาดสารอาหารและออกซิเจนไปด้วย

เซลล์ของกล้ามเนื้อปลายทางจึงเริ่มทยอยล้มตายลงไปเรื่อยๆ
เพราะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง
เมื่อไม่มีเลือด ก็ไม่มีอาหารใหม่ไม่มีออกซิเจน...มือ เท้า ก็จะเริ่มชา
ถ้าอาการสาหัสเพราะเป็นเวลานานๆ หน่อย
มือ เท้า ก็จะเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีดำ

ยิ่งโดยเฉพาะมือใหม่เริ่มหัดเป็นเบาหวาน
ที่เช้าวันหนึ่ง นอนตืื่นขึ้นมา มือก็จะเริ่มชา ตาก็จะเริ่มมัว
ที่บอกว่าเป็นอาการเฉพาะตอนตื่นนอน ก็เพราะว่า
ตอนที่เราหลับ ร่างกายจะอยู่ในภาวะกึ่งจำศีล
เลือดไหลเวียนน้อยๆ และช้าๆ
ทำให้โอกาสที่เม็ดเลือดแดงจะถูกสูบฉีดเข้าไปสู่อวัยวะเป้าหมาย
ปลายมือ ปลายเท้า และลูกนัยน์ตา
ก็จะทำได้น้อย และทำได้ช้าลงไปด้วย

แต่พอถึงเวลาที่เรามีกิจกรรม เช่น ตื่นขึ้นแล้วเดินไปเดินมา
ยึดแข้งยืดยา ทำนู่นทำนี่ไปสักพัก
ทำให้เลือดมีโอกาสวิ่งสูบฉีดสักหน่อย ก็จะเริ่มมีเม็ดเลือดแดง
ที่พอมีสารอาหารบางส่วน สามารถวิ่งเข้าไปถึง
อวัยวะปลายมือ ปลายเท้า ทำให้หายชา ตาก็หายพร่ามัวได้

แต่เมื่อไรก็ตาม
ถ้าปล่อยให้น้ำตาลมาเกาะเม็ดเลือดแดงมากเข้า
ก็จะไม่มีเม็ดเลือดแดงดีๆ เม็ดไหน
ถูกส่งเข้าไปสู่อวัยวะเหล่านี้ได้เลย
ทำให้เกิดอาการมือเท้าชาอย่างถาวร
ไปจงถึงมือเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ
แถมยังเข้มขึ้นเรื่อยๆ พอเป็นแผลแค่นิดหน่อย
แผลก็จะไม่ยอมหาย แถมยังลุกลามมากขึ้นทุกที

นั่นเพราะว่าไม่มีเลือดใหม่เข้าไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อเดิม
ที่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพลงทุกวัน
ทำให้สุดท้าย ก็ต้องตัดมือ ตัดเท้าที่เป็นเบาหวาน
เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำการรักษายังงัยต่อไป

ลูกนัยน์ตาก็เหมือนกัน ขาดสารอาหารไปเลี้ยงจนเสื่อมลงไปเรื่อยๆ
แล้วก็จบลงที่ตาบอด  สุดท้ายก็ต้องควักนัยน์ตาทิ้ง
เหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายของโรคเบาหวาน

เมื่อเหล่าอวัยวะทั้งหลายได้ทยอยเสื่อมลง
และค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ
โดยเริ่มตั้งแต่ เท้า มือ ขา แขน ตา ไต หัวใจ หลอดเลือด
ร่างกายโดยรวมก็จะไม่สามารถอยู่ได้
และสุดท้ายก็ต้องตายอย่างทนทุกข์ทรมาน

ได้รับทราบข้อเสียของการเป็นเบาหวานแล้วยังอยากจะเป็นกันอีกหรือเปล่า!!!!!!!!!



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น