วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558
มาตรฐาน "เบาหวาน" แบบไทยๆ
ส่วนเกณฑ์มาตรฐานของการวัดค่าน้ำตาลในเลือด
เพื่อจะตราหน้าผู้ป่วยว่าเป็นเบาหวานหรือไม่
สำหรับโรงพยาบาลภาครัฐฯ ของไทยในยุคแรกๆ
ที่เริ่มมีการตรวจหาเบาหวานอย่างเป็นทางการ
ก็ถูกตั้งเอาไว้แล้วที่ 130
จึงส่งผลให้ประชาชนชาวไทย ที่พลอยจะติดร่างแหอยู่ในข่าย
เป็นโรคเบาหวาน มีจำนวนมากกว่าที่ควรจะเป็น
เพราะใช้เกณฑ์การประเมินที่ ต่ำกว่า ประเทศอื่นๆ เค้า
เรียกว่าถ้ามีการเจาะเลือดเพื่อเอาไปตรวจหาค่าของระดับน้ำตาล
กันเมื่อไหร่ เหล่าคนไทยก็ เฮละโล! เป็นเบาหวานกันมากมายเมื่อนั้น
ย้อยอดีตกลับไป ตอนที่ทั่วโลกเค้าใช้เกณฑ์วัดน้ำตาลที่ 140
เราก็ไม่เคยใช้ 140 กะเค้า แต่ดันทะลึ่งไปตั้งเอาไว้ที่ 130
แหม!!! ตั้งเอาไว้ซะต่ำเชียว
กลัวคนจะเป็นเบาหวานกันน้อยล่ะซิ
เดี๋ยวจะอดขายยาเบาหวาน ทำยอดไม่ได้ อดโบนัสปลายปี...ชิมิ
เดี๋ยวนี้ พอทางสมาคมเบาหวานของอเมริกา เค้าลดค่าลงมาที่ 126
พี่ไทยเรารีบชิงตัดหน้า โดยเกณฑ์ลดลงมาเหลือ 120 ซะงั้น
โดยไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ มาประกอบการตัดสินใจทั้งสิ้น
เดี๋ยวนี้ ทางโรงพยาบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาล หรือเอกชน
ต่างก็กลัวว่าจะขายยากลุ่มลดน้ำตาล
หรือกลุ่มยาเบาหวานไม่ได้มากพอ
เพราะยากลุ่มนี้ สามารถทำกำไรได้ดีเหลือเกิน
ขอเพียงแค่คุณได้เริ่ม คุณก็ต้องกินต่อไปจนตลอดชีวิต
หรืออาจเป็นเพราะพวกเรา ถูกหลอกกันมาโดยตลอด
ตั้งแต่ไหนแต่ไร ว่า "โรคเบาหวานเป็นแล้วไม่มีทางหาย จะต้องกิน
ยาคุมอาการไป จนกว่าจะตายเพราะไตพังโน่นแหล่ะ"
ต่างที่ ต่างคน ก็เลยถือโอกาสทำเนียนๆ ลดเกณฑ์ค่าน้ำตาลในเลือด
ลงมาเหลือ 115 บ้าง 112 บ้าง และยังลดลงไปอีก จนเหลือ 110
และ 105 ตามลำดับ
ถึงปัจจุบันนี้ หากใครมีค่าของน้ำตาลในเลือดวัดแล้วได้เกิน 100
ก็ถูก ตราหน้า ว่าเป็นเบาหวานหมดทุกคน
แล้วถ้าเค้า "ตีตรา กาหัว" ว่า "คุณเป็นเบาหวาน"
นั่นก็ย่อมหมายความว่า คุณต้องเสียเงินเพื่อซื้อยาคุมน้ำตาล
(แถมทำลาย "ไต") และกินยาเหล่านั้นไปตลอดชีวิต
แถมยังต้องเพิ่มปริมาณยาให้มากขึ้นๆ
(เพราะอะไร เดี๋ยวจะบอกนะครับ)
โดยไม่มีทางเลือกอื่นที่พอจะช่วยได้
เพราะว่าถูกบริษัท หรือประเทศผู้ผลิตยา
ปิดกั้นความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในทุกวิถีทาง เรียกว่า
"เริ่มหลอก และใส่ความรู้ที่ผิดๆ มาให้ ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา"
ทำให้แนวคิด ถูกบีบให้คิดในกรอบแบบนั้นเรื่อยมา
จนไม่มีทางคิดแตกแถวออกไปเป็นอย่างอื่น
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น