วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558
เทคนิค "การควบคุมน้ำตาลและคุมน้ำหนัก"
ในระหว่างที่มีการใช้พลังงานแบบหนักหน่วง หรือยาวนาน
เช่นการออกกำลังกายแบบหนักๆ ที่เกินสามสิบนาทีขึ้นไป
จนทำให้น้ำตาลในเลือดที่ร่างกายเตรียมไว้สำหรับการใช้ชีวิตปกติ
ถูกเผาผลาญ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานจนหมดไม่มีเหลืออยู่
ในกระแสเลือดแล้ว
คราวนี้ แหล่งของพลังงานที่ร่างกายจะนำออกมาใช้ได้นั้น
ก็คือ ไกลโคเจน ที่เก็บสำรองเอาไว้นั่นเอง
ไม่ใช่น้ำตาลในเลือดนั้นได้ถูกนำมาใช้เปลี่ยนเป็นพลังงานจนหมดไป
ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกที่ออกกำลังกายแบบหักโหมแล้ว
แต่ถึงจะมีไกลโคเจน เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้ตลอดเวลา
น้ำตาลในเลือด ก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับร่างกาย
เพราะว่าเป็นเชื้อเพลงให้กับระบบประสาททั้งหลายทั้งปวง
ถ้าระดับน้ำตาลต่ำ ก็จะส่งผลเสียหายโดยตรงไปยังร่างกาย
ทำให้ระบบประสาทและสมอง เสื่อมประสิทธิภาพลง
เกิดภาวะจิตใจและร่างกายเฉื่อยชา บางครั้งถึงขนาด "หดหู่"
ทำให้แรงจูงใจที่จะใช้พลังงาน หรือออกกำลังกายลดต่ำลงไปด้วย
โดยไม่เกี่ยวกับว่า จะมีไกลโคเจนสะสมในร่างกายมากเท่าใด
ตรงนี้เอง เป็นจุดที่เข้าใจผิดกันมาก
โดยเฉพาะกับคนที่มีไขมันสะสมแบบเยอะๆ
แล้วอยากจะไปเอาออก ด้วยวิธีการออกกำลังกาย
ชอบคิดว่าการงดน้ำตาลหรือแป้ง ก่อนไปออกกำลังกายแบบหนักๆ
จะเป็นการบังคับให้ร่างกายไปเอาไกลโคเจน (ไขมัน) ที่สะสมไว้
ใต้ผิวหนัง มาแปลงเป็นพลังงานเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย
ให้ได้มากที่สุด
แต่ความจริง เป็นความคิดที่ผิดถนัด
ไกลโคเจนหรือน้ำตาลในตับ กับน้ำตาลในเลือด มันคนละตัวกัน
ดังนั้น เมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำตาลจากภายนอกเพิ่มเติม
ก็ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง
เพราะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานก่อน
และเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงมากๆ
เราก็จะไม่มีแรงออกกำลังกายได้นานจนครบ 30 นาที
แล้วเมื่อออกแรงต่อเนื่องไม่ครบ 30 นาที
ร่างกายก็จะไม่ยอมไปเรียกใช้ "ไกลโคเจน" รวมถึงไขมัน
ที่สะสมไว้ มาเผาผลาญเป็นพลังงานอย่างที่ต้องการ
โดยไม่เกี่ยวกับว่า จะมีไกลโคเจนหรือไขมันสะสมในร่างกาย
มากขนาดไหน เพราะไขมันสะสมเหล่านั้น
จะยังไม่ได้ถูกนำมาใช้แปลงเป็นพลังงาน
แต่ถ้าหากมีน้ำตาลในเลือดสูงระดับที่พอเหมาะแล้ว
คุณก็จะมีแรงออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่
และคราวนี้...พอผ่านช่วง 30 นาทีทอง ถึงจะมีการดึงเอาไกลโคเจน
ออกมาจากที่เก็บสะสม เพื่อแปลงเป็นพลังงาน
ซึ่งจะทำให้ลดการสะสมของไขมันลงไปได้นั่นเอง
ไกลโคเจนที่ถูกเก็บเอาไว้นั้น
ร่างกายจะไปขุดออกมาใช้หรือเปล่า
ก็ขึ้นอยู่ที่การเชื่อมโยงกับน้ำตาลในกระแสเลือดอีกที
คือถ้ายังมีน้ำตาลในเลือดอยู่ ไกลโคเจนก็จะยังไม่ถูกดึงมาใช้
สรุปง่ายๆ ถ้าหากจะออกกำลังกาย โดยมีจุดมุ่งหมาย
เพื่อให้ร่างการเผาผลาญไขมันที่ถูกสะสมเป็นชั้นๆ ละก็
คุณต้องออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย...เกินสามสิบนาที
โดยสามสิบนาทีแรก
ร่างกายจะดึงเอาน้ำตาลที่มีอยู่ในเลือดไปใช้ก่อน
และพอน้ำตาลในเลือดถูกนำไปใช้จนหมดแล้ว
คราวนี้ร่างกายก็จะเริ่มดึงเอา ไกลโคเจน หรือ ไขมันสะสม
มาเปลี่ยนเป็นพลังงานอีกที คราวนี้ยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไร
หลังจาก 30 นาทีแรก
ก็จะยิ่งเผาผลาญไขมันสะสมออกไปให้ได้มากเท่านั้น
แต่ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ
มีไม่พอให้ใช้เพื่อออกกำลังกายได้นานถึง 30 นาที
คุณก็จะหมดแรงข้าวต้ม หรือเป็นลมไปแล้งไปซะก่อน
ที่ร่างกายของคุณจะไปขุดเอาไขมันที่สะสมไว้ออกมาเผาผลาญ
สรุปว่า...ออกกำลังฟรีๆ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น