วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558
"น้ำตาลในเลือด" ได้มาอย่างไร
ได้มาจากสองทาง
ทางแรก ก็คือได้จากอาการที่เรารับประทานเข้าไป
แล้วร่างกายย่อยออกมาจนได้เป็นน้ำตาล (กลูโคส) นั่นแหล่ะ
เรื่องนี้เราก็รู้กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกใหม่
ส่วนอีกทาง คือ น้ำตาลในเลือดจะถูกผลิตขึ้นมาจากตับ
อยากจะบอกว่า มากกว่า 80% ของน้ำตาลที่ร่างกายสร้างขึ้น
ล้วนแล้วแต่ได้มาจากตับทั้งนั้นแหล่ะ
ยังจได้นะว่า "ตับคือโกดังเก็บน้ำตาลส่วนเกิน"
โดยตับจะสามารถสร้างน้ำตาลให้กับร่างกายได้สองวิธี คือ
วิธีแรก ตับจะสกัดน้ำตาลจากสารต่างๆ เช่น กรดอะมิโน
รวมทั้งของเหลวที่เป็นส่วนประกอบในกระบวนการสันดาป
โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "Glucono genesis"
หรือกระบวนการสังเคราะห์น้ำตาลกลูโคสนั่นเอง
ส่วนวิธีที่สอง ได้มาจากการแตกตัวของไกลโคเจนที่เก็บไว้ในตับ
(ไกลโคเจนมีเก็บไว้สองที่ คือ ในกล้ามเนื้อ และในตับ)
คราวนี้ต้องใช้ฮอร์โมน "กลูคากอน"
และน้ำตาลในเลือดที่ได้มาจากทั้งสองแหล่งนี้เอง
จะช่วยรักษาความสมดุลของพลังงานที่ร่างกายต้องใช้
สำหรับการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ให้เป็นปกติได้
แต่หากช่วงไหนที่เรานึกครึ้มๆ
ไปออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันหลายๆ วัน
คราวนี้ระบบควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ก็จะอนุญาตให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มระดับได้มากขึ้นเป็นครั้งคราวไป
ซึ่งถ้าหากมีการสะสมไกลโคเจนในตับได้มากพอแล้ว
ร่างกายเราก็สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้นานหลายชั่วโมง
โดยระดับน้ำตาลยังคงอยู่ในระดับสูง และพร้อมให้กล้ามเนื้อต่างๆ
ได้นำไปใช้งาตลอด
ทำให้ร่างกายไม่เกิดอาการหมดแรงกลางคัน เนื่องจากภาวะน้ำตาล
ต่ำ หรือที่ภาษานักกีฬา เค้าเรียกว่า "อ่อนซ้อม" นั่นเอง
แต่การสะสมไกลโคเจนในตับ ก็ยังมีขอบเขตอยู่นะ
ซึ่งเมื่อร่างกายมีการใช้งานหรือออกกำลังกายอย่างหนัก
แต่ดันไม่ยอมรับประทานอาหารให้เพียงพอ เพราะกลัวอ้วนซะงั้น
ระดับความสามารถของการสะสมไกลโคเจนในตับ
ก็จะลดต่ำลงมาก
โดยหมู่อาหารที่จะช่วยทำให้การรักษาระดับไกลโคเจนในตับ
อยู่ในระดับปกติได้ดีที่สุด ก็ได้แก่
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงทั้งหลาย
ก็พวกแป้งและของหวานชนิดต่างๆ น่ะล่ะ
นอกจากนี้ การทานข้าวเช้าก็มีความสำคัญมาก
ในเรื่องของการเพิ่มระดับของการสะสมไกลโคเจนในตับ
เพราะมื้อเย็นถึงมื้อเช้าของอีกวันหนึ่ง จะห่างกันสิบกว่าชั่วโมง
ทำให้การสะสมไกลโคเจนของตับ ก็จะถูกเว้นช่วงไปด้วยเช่นกัน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น