วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558
เมื่อเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ได้มาตรฐาน
แต่ปัจจุบัน สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา
The American Diabetes Association , ADA
ได้มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องโรคเบาหวานใหม่
เพราะถ้ายังคงใช้เกณฑ์น้ำตาลในเลือดมากกว่า 140 มิลลิกรัม
เหมือนเดิม สงสัยจะ...
ขายยาควบคุมน้ำตาลสำหรับโรคเบาหวานได้ลำบาก!!!
ทั้งๆ ที่การผลิตยากลุ่มนี้มีต้นทุนต่ำ
แต่สามารถเรียกราคาได้สูงมากมาย เพราะเป็นการชี้เป็นชี้ตาย
กับชีวิตคน รวมไปถึงยากลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาาน
จะพลอยฟ้าพลอยฝน ขายไม่ได้ไปกะเค้าด้วย
เดี๋ยวมาเฟียวงการยาแห่งประเทศมหาอำนาจ
จะขาดรายได้มหาศาล จนไม่มีเงินส่งไปช่วยพรรคการเมืองหาเสียง
ก็เลยให้เหตุผลในการปรับเกณฑ์ลง แบบข้างๆคูๆ ฟังไม่ค่อยจะขึ้น
แล้วงุบงิบประกาศออกมาว่า มีบุคคลบางกลุ่ม
ที่แม้ระดับน้ำตาลจะยังไม่สูงมาก แต่ก็มีโรคแทรกซ้อนได้
เช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน
จึงต้องจำใจปรับค่าการวินิจฉัยใหม่ให้ต่ำลง...ฟังมันพูดเข้า
แล้วมันก็ปรับลดเกณฑ์การวัดค่าของระดับน้ำตาลในเลือด
เพื่อการตัดสินว่า...ใครเป็นเบาหวานกันบ้าง
โดยการตั้งให้ระดับของเกณฑ์ที่ใช้ มีค่าต่ำลงไปเรื่อยๆ
เดี๋ยวนี้ องค์การเบาหวานของอเมริกา เค้าบอกว่า
ถ้ามีปริมาณน้ำตาลในเลือดก่อนที่จะรับประทานอาหารเช้า
ตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
ให้ถือว่า คุณเป็นเบาหวาน!!!
เห็นหรือเปล่าว่า จู่ๆ ก็ลดลงจากเกณฑ์ที่ใช้อยู่เดิมคือ 140
ลดลงไปอีกตั้ง 10%
บางท่านมีความสงสัยว่า ลดลงแค่ 10% เอง
ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตที่จะมานั่งตีโพยตีพายอะไรกันนี่
ค่า 10% ของเกณฑ์ที่ลดลงมา อาจดูเป็นเรื่องเล็ก
แต่จะมีใครทราบกันหรือเปล่าว่า 10% ที่ลดลงมานี่แหล่ะ
มีผลทำให้คนอีก 1000% ต้องกินยาลดน้ำตาลในเลือด
สมมติว่า แต่เดิม ใช้เกณฑ์ที่ 140
จะต้องมีคนกินยาลดน้ำตาล 1 ล้านคน
แต่พอใช้เกณฑ์ใหม่ 126
จะต้องมีคนกินยาลดน้ำตาลถึง 10 ล้านคน
งง...กันอีกล่ะซิ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ลดเกณฑ์ลงไปแค่ 10%
ทำไมต้องมีคนกินยาเพิ่มอีกตั้ง 1000%
ก็เป็นเพราะว่า คนที่มีแนวโน้ม หรือมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
ก็พวกที่มีระดับน้ำตาลในเลือด ระหว่าง 126 - 140 น่ะ
มีจำนวนประชากรอยู่ในปริมาณมหาศาลไงล่ะ
เพราะนี่คือระดับที่เหมาะสมของน้ำตาลในกระแสเลือด
ที่ชาวโลกสมัยนี้ ที่ดำรงชีพอยู่ในยุคสมัยของอุตสาหกรรมอาหาร
สมัยใหม่...เค้าจะพึงมีกัน
แถมยังไปผนวกเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้ด้วย
ที่นับวันก็มีแต่จะห่างไกลจากธรรมชาติออกไปทุกที
จะหลับหู หลับตา เลือกเอาใครๆ ที่ดูแล้วสุขภาพไม่ค่อยจะดี
หรือคนที่มีรูปร่างไม่ฟิตและไม่เฟิร์ม เพราะชอบทานแต่อาหารขยะ
และวันๆ ก็ชอบเอาแต่นั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ
แถมยังขาดการออกกำลังกาย
มาลองเจาะเลือดตรวจวัดน้ำตาลกันดู
ก็จะได้ค่านำ้ตาลในเลือดอยู่ระดับที่ว่ามานี้กันแทบทุกคน
รวมไปถึงพวกเจ้าของบริษัทผู้ผลิตยาควบคุมน้ำตาลด้วยแหละ
จึงมีคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบตามมาว่า
"คนพวกนี้ เค้าเคยได้กินยาควบคุมน้ำตาล
ที่ผลิตเองบ้างหรือเปล่า"
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น